Digital Marketing Clinic

Digital Marketing Clinic

Tuesday, 12 April 2011

เพิ่มยอดขาย และสร้างความประทับใจในสไตล์ Proactive CRM กับลูกค้าที่จองผ่านระบบออนไลน์

Customer Relationship Management หรือ CRM ที่รู้จักกันทั่วไปในขณะนี้นั้น โรงแรมต่างๆ ได้มีการบูรณาการกระบวนการต่างๆ ของ CRM ในโรงแรมของเองกันอย่างไร ใครที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดการด้าน CRM ของโรงแรม และโรงแรมนำเอา CRM มาเพิ่มยอดขายและสร้างความประทับใจในการบริการของโรงแรมของตนอย่างไร

โดยทั่วไป โรงแรมต่างๆ จะมีการจัดการ CRM กับลูกค้าที่เคยมีประวัติการเข้าพักที่โรงแรมของตน โดยอาศัยฐานข้อมูลที่ได้จากลูกค้าเมื่อลงทะเบียนเข้าพัก แต่การจัดการ CRM กับอดีตลูกค้านั้นมักจะมี Conversion Rate ที่ต่ำ สำหรับโรงแรมที่บริการนักท่องเที่ยวแบบพักผ่อนหย่อนใจ (Leisure) เพราะโอกาสที่จะกลับมาใช้ซ้ำนั้นน้อยเต็มที แล้วถ้ายิ่งอดีตลูกค้าได้รับอีเมล์จากเราบ่อยๆ ที่เราส่งไปนำเสนอสินค้าและบริการ อาจสร้างความรำคาญให้แก่ลูกค้า แล้วถ้าในที่สุดลูกค้าตัดสินใจที่จะกด "Spam Mail" ที่อีเมล์ที่เราส่งไปละก็เมื่อนั้น เป็นอันว่า CRM ของเรา หมดสิ้นอนาคต

วันนี้ผมขอนำเสนอแนวความคิดในการเพิ่มยอดขาย และสร้างความประทับใจในการบริการให้แก่ลูกค้าในสไตล์ Proactive CRM กับลูกค้าที่จองผ่านระบบออนไลน์ ที่ยังไม่ได้เข้ามาพัก หรือเข้ามาใช้บริการของโรงแรมของเรา แต่ได้มีการจองเข้ามาแล้ว โดยผมใช้แนวความคิดที่ว่า...

"การมานั่งดูสถิติตัวเลขจากการขายที่ผ่านมานั้น เราไม่สารถเปลี่ยนแปลงยอดขายจากการขายให้กับลูกค้าในอดีตได้ แต่การที่เราใส่ใจกับว่าที่ลูกค้าที่มีอยู่ เราสามารถที่จะเพิ่มยอดขายในอนาคตได้"

และ

"ผมไม่เน้น Market Share ด้วยการไปแย่งชิงเอาลูกค้ามาเป็นจำนวนมากๆ ด้วยการขายราคาถูกๆ เพราะลูกค้าราคาถูกเหล่านี้จะไม่ใช้จ่ายอะไรในโรงแรมเพิ่มเติมอีกเลย แต่ผมเน้น Customer Share คือลูกค้าของเราที่เรามีอยู่ในมือ ทำอย่างไรเราจึงจะให้ลูกค้าเหล่านี้มียอดค่าใช้จ่ายกับเราต่อคนต่อคืนเพิ่มมากขึ้น"

และใช้ทฤษฎีลูกค้าที่ว่า

" 20% ของลูกค้า คือผู้สร้างรายได้ 80% ให้กับธุรกิจ แล้วเราจะทำอย่างไรจึงจะเพิ่มอัตราการใช้จ่ายของลูกค้า 20% เหล่านี้เพิ่มมากขึ้น การให้บริการลูกค้าน้อยรายกว่า ย่อมใช้ค่าใช้จ่ายในการขายที่น้อยกว่า รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาที่ต่ำกว่า แต่อัตราความพึงพอใจของลูกค้าสูงกว่า"

และทฤษฎีของการตลาด การขาย และ CRM ที่ว่า
"การหาลูกค้าใหม่เสียค่าใช้จ่ายสูงกว่าการขายสินค้าและบริการให้กับลูกค้าเก่า หรือลูกค้าที่มีอยู่ในมือ บ้างก็ว่า 10 เท่า บ้างก็ว่า 15 เท่า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อมูลที่ใช้เป็นฐานในการวิจัยของแต่ละสำนัก"

โดยทั่วไป ลูกค้าที่ไม่เคยมีประสบการณ์เข้าพักที่โรงแรมใดโรงแรมหนึ่งย่อมใจตุ้มๆ ต่อมๆ กับโรงแรมที่ตนเองไม่เคยมีประสบการณ์เข้าพัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกค้าที่จองห้องพักผ่านระบบออนไลน์ ที่ลูกค้ามักจะไม่ค่อยมีความมั่นใจกับโรงแรมที่ตนเองจะไปพักมากนัก เพราะ...
1. เวบไซต์ของ OTAs หรือ ข้อมูลที่ลูกค้าได้รับจาก Travel Agent ต่างๆ มีอยู่ค่อนข้างจะจำกัด ประเภทห้องพักที่มีให้ลูกค้าเลือก ก็มีอยู่ค่อนข้างจำกัด ส่วนใหญ่มีห้องพักประเภท Leading Category และ ประเภทที่สูงขึ้นมาอีกหนึ่งประเภท เพียงเท่านั้น
2. สิ่งอำนวยความสะดวก และบริการต่างๆ ของทางโรงแรมที่มีไว้บริการลูกค้าไม่สามารถนำเสนอผ่านทาง OTAs และ Travel Agents ต่างๆ ได้อย่างเต็มที่

ลูกค้าที่จองห้องพักมานั้นส่วนใหญ่จองมาด้วยห้องพักประเภทพื้นฐาน แล้วหวังว่าจะมาหาซื้อเพิ่มเิติมเมื่อมาถึงปลายทาง หรือเมื่อได้มาลงทะเบียนเข้าพักที่โรงแรมที่ลูกค้าจะได้มีโอกาสซักถามหรือหารายละเอียดเพิ่มเิติมได้อย่างเต็มที่ ซึ่งโรงแรมต่างๆ ก็หวังจะมา Up sell กับลูกค้าเมื่อลูกค้ามาลงทะเบียนเข้าพัก

แต่ระหว่างที่ลูกค้าจองห้องพัก หรือ package ทัวร์ครั้งแรกแล้ว จนถึงการลงทะเบียนเข้าพักที่โรงแรมนั้น ระหว่างนี้เป็นช่วงเวลาที่ทางโรงแรมมีโอกาสที่จะ Up Sell สินค้าและบริการต่างๆ ของตนเองได้มากกว่าที่จะรอลูกค้ามาลงทะเบียนเข้าพักก่อน เพราะอาจจะโดนชิงตัดหน้าไปก่อนตั้งแต่ลงจากเครื่องบินที่มักจะมีผู้ไปเสนอขายสินค้าและบริการต่างๆ กันอยู่อย่างเพ่นพล่านในสนามบิน บริเวณรับกระเป๋า ออกนอกห้องผู้โดยสารขาเข้า Limousine และแท๊กซี่ ที่พยายามเสนอขายสินค้าและบริการต่างๆ โดยวิธีการหลอกล่อ และวิธีการพูดที่ดีกว่า Reception ของโรงแรม บ้างก็โยกลูกค้าที่จองไว้กับโรงแรมของเราไปพักที่โรงแรมอื่นมันซะเลย แล้วก็ให้ลูกค้ามา Refund ค่าห้องพักคืนกับเราในภายหลัง

เห็นไหมครับว่า แม้จะจองโรงแรมเรามาแล้ว ลูกค้ายังจะต้องผ่านด่าน 18 อรหันต์มาอีกกี่ด่านก่อนมาถึงเรา แล้วเราหวังจะให้ Reception ของเราไป Up Sell กับว่าที่ลูกค้าของเราได้อย่างไร ดีไม่ดี วันไหน Reception ทะเลาะกับสามีของตนเองมาก่อนมาทำงาน อาจจะไล่ลูกค้าตั้งแต่ตอนลงทะเบียนเข้าพักก็เป็นไปได้

การเพิ่มยอดขายและสร้างความประทับใจในสไตล์ Proactive CRM กับลูกค้าที่จองผ่านระบบออนไลน์นั้นมีแนวทางวิธีการดำเนินการดังนี้ครับ
1. ที่เน้นสำหรับลูกค้าที่จองผ่านระบบออนไลน์ก็เพราะว่าลูกค้าที่จองผ่านระบบออนไลน์จะมี e-mail address มาให้ตอนทำ Reservation โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จองผ่านเวบไซต์โรงแรม หรือเวบไซต์ OTAs ที่ลูกค้ามาจ่ายตรงที่โรงแรม ลูกค้าจองผ่าน GDS และ OTAs อื่นๆ ที่มี e-mail address มาให้ เช่น Wotif.com Travelocity.com เป็นต้น
2. เมื่อได้รับ booking มาแล้ว สิ่งที่ควรทำคือ
2.1 ส่งอีเมล์กลับไปยังลูกค้าเพื่อเป็นการยืนยันกับลูกค้าว่าโรงแรมของเรายืนยันการจองห้องของลูกค้าอย่างเป็นทางการ และให้ข้อมูลแก่ลูกค้าว่าในช่วงที่ลูกค้าจะเข้าพักนั้นจะมีกิจกรรม หรือ Events อะไรเกิดขึ้นมาบ้าง ถ้ากิจกรรมน่าสนใจ ลูกค้าอาจจะชักชวนคนอื่นให้เดินทางมาด้วยก็ได้
2.2 นำเสนอห้องพักประเภทอื่นๆ ที่ลูกค้าอาจจะต้องการ Upgrade ให้ตรงความต้องการของลูกค้าที่ไม่สามารถหาจองได้จาก Agents หรือ OTAs
2.3 นำเสนอสินค้าและบริการอื่นๆ ให้แก่ลูกค้า โดยให้ราคาพิเศษแก่ลูกค้าที่จองมาล่วงหน้าก่อนการเข้าพัก ที่ลูกค้าเห็นว่าจะได้ประโยชน์ถ้าซื้อเพิ่มเติมมาล่วงหน้า เช่น อาหาร 1 มื้อ (ปกติลูกค้าจะกินมื้อแรกในโรงแรมถ้าไม่มีร้านอาหารอื่นใดตั้งอยู่ใกล้ๆ กับโรงแรม)
2.4 นำเสนอราคาห้องพักราคาพิเศษให้แก่ลูกค้าหากมีการจองห้องพักมาเพิ่มเิติม (ลูกค้าที่จองมานั้น อาจจะมีเพื่อนฝูง หรือคนรู้จัก ที่แยกกันเดินทางมาก็ได้) ถ้าลูกค้าได้สิทธิพิเศษนี้ อาจจะชักจูงเพื่อนฝูงมาพักกับตนเองด้วยก็ได้ และลูกค้าก็ยังมีเวลาเพียงพอในการที่จะไปชักชวนผู้อื่น ซึ่งจะทำให้สามารถขายห้องพักไ้ด้เพิ่มมากขึ้น
2.5 นำเสนอส่วนลดพิเศษสำหรับ Airport Transfer ให้แก่ลูกค้า เพราะถ้าปล่อยให้ลูกค้าไปใช้บริการที่อื่น การขายสินค้าและบริการอื่นๆ อาจจะหมดสิทธิ์ขายให้แก่ลูกค้าได้
2.6 ก่อนวันเข้าพัก 2-3 วัน ควรส่งอีเมล์ไปเตือนลูกค้า และแนะนำลูกค้าเกี่ยวกับรายละเอียดการเดินทางมายังโรงแรม ซึ่งนอกจากจะเป็นการให้ข้อมูลลูกค้าแล้ว ยังจะเป็นการแสดงให้เห็นว่าเราใส่ใจกับลูกค้า (แต่ความจริงแล้ว เรายังหาโอกาสในการขายสินค้าและบริการต่างๆ ให้แก่ลูกค้าในนาทีสุดท้าย ถ้าลูกค้ายังไม่ซื้อสินค้าและบริการเหล่านั้นไว้ล่วงหน้า) และเป็นการแจ้งเตือนลูกค้าด้วยว่าถ้าจะยกเลิกการจอง หรือเปลี่ยนแปลงกำหนดเข้าพัก ต้องดำเนินการในวันที่ได้รับอีเมล์ของทางโรงแรม
2.7 วันที่ลูกค้าเข้าพัก ทางโรงแรมเตรียมใบลงทะเบียนลูกค้าไว้ให้เรียบร้อย พร้อมทั้งเตรียมห้องพักและบริการต่างๆ ที่ลูกค้าไ้ด้จองไว้ เมื่อลูกค้ามาถึง เพียงแค่กรองหมายเลขตรวจคนเข้าเมือง และลงเซนต์ชื่อในใบลงทะเบียนผู้เข้าพัก แค่นั้นก็เสร็จสิ้นกระบวนการลงทะเบียนเข้าพัก Reception ที่รับลงทะเบียนแขกเข้าพัก เมื่อไม่ต้องพยายาม Up Sell ให้แก่ลูกค้า ใช้เวลา เช็คอิน น้อย ก็จะยิ้มแย้มแจ่มใส เพราะไม่ต้องพูดอะไรกับลูกค้ามาก ส่วนลูกค้า ใช้เวลาเช็คอินน้อย และได้รับการบริการที่ดีตอนเช็คอิน เพราะทางโรงแรมมีข้อมูลต่างๆ ของลูกค้าอยู่ล่วงหน้าแล้ว ย่อมจะประทับใจในการบริการมากกว่าที่ต้องมาคอยถามหาโน่น นี่ นั่น กับ Reception ยิ่งถ้าถามมากแล้ว Reception ตอบไม่ได้ หรือไม่มีอารมณ์จะตอบ แทนที่ลูกค้าจะ Check-in ก็จะกลายเป็น Check-Out ไปเลยก็ได้

เห็นไหมละครับว่า Proactive CRM นั้นจะเพิ่มยอดขายห้องพัก สินค้าและบริการให้แก่ว่าที่ลูกค้าของเราได้อย่างไร และทำไมเราต้องให้ความสำคัญในกระบวนการ Proactive CRM เพราะเรายังมีโอกาสในการเพิ่มยอดขายได้มากกว่าการที่เราดำเนินกิจกรรม CRM กับลูกค้าที่ Check-Out ออกไปแล้ว เพราะเขาอาจจะมาพักเพียงแค่ครั้งเดียวในชีวิต

ถ้าเราต้องการเพิ่มยอดขายมากยิ่งขึ้นไปอีก เราก็ต้องพยายามหาทางให้ลูกค้าที่จองห้องพักมาแล้ว แต่ไม่ได้ให้ e-mail มากับทางโรงแรมตอนจองห้องพัก ผมมีเคล็ดลับในการดำเนินการดังนี้ครับ
1. สร้างหน้าเวบไว้ 1 หน้า สำหรับการลงทะเบียนเข้าพักล่วงหน้า โดยมีแบบฟอร์มที่จำเป็นสำหรับการลงทะเบียนเข้าพัก
2. มีสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มเิติม หรือ Special Request อื่นๆ ที่ทาง Travel Agent หรือ OTAs ไม่มีให้ลูกค้า หรือไม่สามารถยืนยันให้กับลูกค้าได้ เช่น ต้องการห้องสำหรับผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ ห้องพักเตียงใหญ่ ฯลฯ โดยให้ข้อมูลไว้ในเวบไซต์ทางการของโรงแรมว่า Special Request เหล่านี้ Priority to pre-registration guest ถ้าไม่มีการลงทะเบียนเข้าพักล่วงหน้าอาจจะไม่ได้ตามที่ต้องการ

โดยหลักแล้ว เมื่อลูกค้าจองแพคเกจทัวร์ ต่างๆ (ที่เราไม่มี e-mail ของลูกค้า) ลูกค้ามักจะหาข้อมูลของโรงแรม สถานที่เที่ยว และสินค้า และบริการอื่นๆ ที่ตนซื้อมาจากบริษัทนำเที่ยวด้วยตนเองเพิ่มเติมจากเวบไซต์ทางการของผู้ให้บริการโตยตรงเพื่อใช้ในการศึกษาข้อมูลก่อนการเดินทาง และการเข้าพัก (ยกเว้น กรุ๊ปทัวร์ ที่หัวหน้าทัวร์พาไปไหนก็ต้องไป)

การที่เรามีสิทธิประโยชน์พิเศษให้แก่ลูกค้าที่ลงทะเบียนเข้าพักล่วงหน้านั้นย่อมจะเป็นการสร้าง Customer Engagement ก่อนที่ลูกค้าจะได้มาใช้บริการจริง และสามารถเพิ่มยอดขายได้โดยไม่ต้องวิ่งหาแต่ลูกค้ใหม่

ขอแชร์ประสบการณ์บางอย่างคือ ลูกค้าที่จองห้องพักผ่านระบบออนไลน์ของ OTAs ที่มีชื่อเสียงระดับโลก จะมียอดค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในโรงแรมมากกว่าการจองห้องพักผ่าน Travel Agents หรือ OTAs ที่เน้นแต่การขายราคาถูก เพราะอะไรน่ะเหรอครับ เพราะว่า ถ้าจองผ่าน Travel Agents ส่วนใหญ่ Travel Agents จะขายสินค้าและบริการอื่นๆ ใ้ห้กับลูกค้าของตนได้ หรือถ้าจองผ่าน OTAs ที่เน้นขายราคาถูกนั้น ลูกค้ามักจะเดินทางมายังโรงแรมด้วย Taxi จากสนามบิน เพราะหาแต่ของถูก และแล้ว สินค้า และบริการอื่นๆ ก็จะโดน Taxi เหล่านี้คาบไปกินก่อนเข้ามาพักที่โรงแรม

ถ้าท่านไม่เชื่อพฤติกรรมเหล่านี้ ลองให้ Front Office พิมพ์ Statistic ออกมาดูซิครับ ปกติแล้ว PMS ของโรงแรมจะเก็บข้อมูลไว้ดังนี้
 
Room night และ Room Revenue ของ Travel Agents หรือ OTAs ต่างๆ ไว้ ซึ่ง ถ้าหารกันออกมา เราก็จะได้ ARR อย่างที่ทาง Front Office Manager มานั่งลอยหน้าลอยตารายงานอยู่ทุกๆ เช้า แต่ในฐานะของนักการตลาด ถ้าเราเลือกจะขาย หรือจะให้ห้องใครไปขาย เราต้องเอา F&B Revenue และ Other Revenue มารวมกับ Room Revenue ก่อน แล้วเราค่อยหารด้วยจำนวน Room Night แล้วเราจะเห็นได้ว่า Travel Agents และ OTAs แต่ละรายนั้น มีคุณภาพมากน้อยเพียงใด ถ้าคุณภาพมาก เราจะมี Total Revenue ต่อการขาย 1 คืน มากกว่า ARR ที่ได้รับจาก Travel Agents หรือ OTAs ที่เน้นขายราคาถูก อยู่เป็นจำนวนมาก เชื่อไหม บาง Travel Agent ไม่มียอดค่าใช้จ่ายอื่นๆ ของลูกค้าภายในโรงแรมเลย เพราะว่าอะไรน่ะเหรอครับ

"พอลูกค้าขึ้นรถของ Travel Agent ออกจากสนามบิน เข้าสู่โรงแรมที่พัก Guide หรือ Transfer Man ก็จะพยายามบอกว่าสินค้าและบริการในโรงแรมนั้นราคาแพง พยายามอย่าใช้ ถ้าอยากได้อะไรก็ให้บอกตน จะพาไป จะได้ราคาที่ถูกกว่า และพยายามขายสินค้าและบริการต่างๆ ระหว่างเดินทางจากสนามบินสู่โรงแรม"

ไม่เชื่อก็ลองพิมพ์เอาข้อมูลออกมาดูนะครับ แล้วจะเห็นว่าเป็นจริงอย่างที่ผมเล่ามานี้หรือไม่ และถ้าในฐานะที่คุณเป็นนักการตลาด และนักการขาย ห้องพักที่มีอยู่เพียงจำกัดนั้น ท่านจะเพิ่มรายได้สู่โรงแรมได้อย่างไร ไม่ใช่เห็นว่าขายห้องพักได้ ก็หลับหูหลับตาขายไป โดยไม่คำนึงถึงเป้าหมายโดยรวมของธุรกิจ

หวังว่าแนวความคิด Proactive CRM นี้จะเป็นประโยชน์ต่อทุกๆ ท่าน ความคิดเห็นของผู้อ่านทุกท่าน ย่อมเป็นกำลังใจให้ผู้เขียน ในการนำเอาความรู้และประสบการณ์ต่างๆ มาเขียนให้ทุกคนได้อ่านเป็นแนวทางต่อๆ ไปนะครับ ไม่ใช่ว่าแอบเข้ามาอ่านแต่เพียงอย่างเดียว ผู้เขียนก็คงจะคิดว่าเรื่องของตนเองที่นำมาเขียนนั้นไม่น่าสนใจ ก็จะเอาเวลาของตนไปทำอย่างอื่นที่เป็นประโยชน์มากกว่าครับ

ขออภัย ถ้าเนื้อหาของบทความนี้อาจะทำให้ผู้อ่านบางท่านไม่พอใจ หรือไม่สบายใจ

อะไรคือ Hotel Online Marketing


ตอนนี้ธุรกิจโรงแรมในประเทศไทยยังอยู่ในสถานการณ์ Over Supply โรงแรมและรีสอร์ทต่างๆ จึงคิดที่จะหันมาเอาดีทางด้านการขายห้องพักผ่านระบบจองห้องพักทางอินเตอร์เน็ต และแข่งกันตัดราคาจนราคาค่าห้องพักจนปัจจุบัน ค่าห้องพักของโรงแรมบางแห่งถูกกว่าราคาค่าอาหารเช้าสำหรับสองคนของโรงแรมในต่างประเทศ

หลายๆ โรงแรมรับสมัครพนักงานรุ่นใหม่มารับผิดชอบทางด้านการขายห้องพักผ่านระบบอินเทอร์เน็ตเป็นการเฉพาะ คอยติดต่อประสานงานกับ OTAs ต่างๆ ในการบริหารจัดการด้านราคา โปรโมชั่น คอยทำตามคำแนะนำต่างๆ ของ OTAs เพื่อให้โรงแรมของตนสามารถขายแข่งกับโรงแรมอื่นๆ ได้

เมื่อโรงแรมของตนสามารถขายผ่านอินเทอร์เน็ตได้แล้ว ต่างก็ยิ้มย่องอยู่ในใจว่าตนเองนั้นได้โดดเข้าสู่ยุค Online Marketing กับเขาแล้ว เพราะสามารถขายได้แล้ว และคิดว่านั่นคือที่สุดแล้วของการตลาดห้องพักโรงแรมผ่านระบบออนไลน์

พนักงานโรงแรมหลายคนที่มีหน้าที่ในการติดต่อขายห้องพักผ่าน OTAs ต่างๆ นั้น ต่างก็มักจะ Present ตัวเองว่ามีความรู้ทางด้าน Online Marketing แต่ถ้าถามคนเหล่านี้ว่า...
1.   นอกจากจะรู้จัก Web Site ของ OTAs ต่างๆ แล้ว เขารู้จักเวบไซต์อะไรอื่นๆ อีกบ้างที่จะนำมาใช้ในด้านการตลาด
2. เวบไซต์ของโรงแรมเองนั้น มีเนื้อหาประกอบไปด้วยอะไรบ้าง
3. เวบไซต์ของโรงแรม มีการปรับปรุงเพิ่มเิติมเนื้อหาบ่อยแค่ไหน
4. มี Key word อะไรบ้าง ที่ห้ามใช้ เพราะจะทำให้ Search Engine หยุดค้นหาโดยทันทีทันใด
5. เวบไซต์ของโรงแรม นำมาใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง
6. เวบไซต์ของโรงแรม มี Link Popularity มากน้อย เพียงใด
7. ในแต่ละวัน แต่ละสัปดาห์ แต่ละเดือน คนเหล่านี้ควรจะต้องทำอะไรกันบ้าง
8. Rate Parity คืออะไร
9. Conversion Rate คืออะไร
10. อะไรคือ Site Analytics
11. อะไรคือ Social Media Marketing นอกเหนือจากการโพสค์ข้อความและรูปภาพใน Facebook หรือ Twitter
12. การโฆษณาสินค้าและบริการใน Wall ของตนเองและผองเพื่อนใน Facebook คือ Online Marketing จริงหรือ
13. ธุรกิจของคุณอยู่ใน Business Directory มากน้อยเพียงใด
14. โรงแรมของคุณมีแผนการ Article Submission, Web link submission, Search Engine Submission อย่างไรบ้าง
15. Rate Structure ของราคาขายทางอินเตอร์เน็ต อยู่ตรงไหน ขายทางอินเทอร์เน็ตได้แล้ว จะทำให้ขายผ่าน Channel ไหนไม่ได้บ้าง
16. การที่ขายห้องพักผ่านอินเทอร์เน็ต ไม่ได้เป็นเพราะปัจจัยอะไรบ้าง นอกจากราคา
17. การขายห้องพักผ่านอินเทอร์เน็ตได้นั้น มีความยั่งยืนแค่ไหน
18. การขายได้มากในขณะนี้ กับ Positioning ของโรงแรมในเป้าหมายทางธุรกิจระยะยาวต่างกันอย่างไร
19. โรงแรม Chain กับโรงแรมอิสระ มีความแตกต่างกันอย่างไรในด้าน Online Marketing
20. เครื่องมือที่ใช้ในการทำ Online Marketing ของท่านมีอะไรบ้าง และต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง


ลองหาคำตอบดูกันนะครับว่าคนที่บอกว่าทำ Online Marketing ของโรงแรมต่างๆ นั้นมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับคำถามข้างบนอย่างไรกันบ้าง

ที่สำคัญคือ "การตลาด ไม่ใช่แค่การขายได้" อย่างที่เข้าใจกันอยู่ในขณะนี้นะครับ

ใครมีคำตอบดีๆ รับประกันได้ว่าเป็นที่ต้องการของอุตสาหกรรมโรงแรมทั่วโลกในปัจจุบันและในอนาคต ครับ

สำหรับผู้ที่สนใจอยากรู้รายละเอียดในเรื่องใดๆ ข้างต้น เข้ามา Post ข้อความสอบถามกันได้นะครับ หรือติดตามได้ที่ www.ihotel2011.com จะทยอยๆ เขียนมาให้อ่านกันเป็นความรู้ครับ

Wednesday, 2 March 2011

แนะนำ Link Popularity Check Tools

เมื่อคราวที่แล้วผมได้แนะนำเกี่ยวกับ Link Popularity Check ไปแล้ว แต่บางท่านอาจจะมีปัญหาเกี่ยวกับการทำ Link Popularity Check ผ่านทางเวบไซต์ วันนี้เลยนำเอาเวบไซต์ที่มีโปรแกรมสำหรับ Link Popularity Check มาแนะนำเพื่อให้ท่านไปหา Download โปรแกรมมาติดตั้งไว้ที่เครื่องของท่าน และสามารถใช้ตรวจสอบได้หลายเวบไซต์ พร้อมกันนี้ ผมมีผลการตรวจสอบ Link Popularity Check ของ OTAs บางส่วนที่ได้จากการใ้ช้งานโปรแกรมนี้มาให้ดูเป็นตัวอย่างดังนี้ครับ


Download โปรแกรม Link Popularity Check รุ่น 3.0.3 ได้ฟรีที่ : http://www.axandra.com/free-link-popularity-check.htm 

ลองนำไปใช้ดูนะครับ

i ~ Hotel Marketer 
www.ihotelmarketer.com

Friday, 11 February 2011

Link Popularity Check ปฐมบทของการเลือก OTA ที่จะทำงานร่วมกันต่อไปในอนาคต อย่างมืออาชีพ

ถ้าเกิดวันหนึ่ง เจ้านายของคุณถามคุณว่า ถ้าโรงแรมที่ท่านทำงานอยู่นั้นต้องการขายห้องพักของโรงแรมผ่าน Online Travel Agents (OTAs) ที่มีอยู่ดาดดื่นในปัจจุบันท่านจะเลือกเข้าร่วมกับใคร และให้ความสำคัญกับใครเป็นลำดับต้นๆ ท่านเองจะทำอย่างไร

กระไหนเลย ใช้ Google Search Engine ช่วยดีกว่า ว่าแล้วก็ เข้าพึ่งพา Google ที่ทุกคนล้วนกล่าวขานกันมา ว่า Google นี่แหละ คือสุดยอดของกันทำ SEO ใครใหญ่จริงแน่จริง ก็จะได้เห็นดีกัน ว่าแล้วก็ลอง Search หา คำว่า Bangkok Hotel ใน Google ทันทีทันใด โดยหวังว่า ใครที่เป็น OTA ที่ดีแท้แน่นอนย่อมปราำกฎมาให้เห็นในพริบตา

และแล้วผลก็ปรากฎมาให้เห็นดังภาพนี้ (ขออนุญาตไม่แสดงผลตามที่ค้นหาจริงขณะที่เขียน)


ว้าว ตำแหน่งที่ 1-3 ท่าทางจะเจ๋งจริง ขึ้นมาลำดับต้นๆ เลย ในกรอบพิเศษเสียด้วย.... แต่ดูไปดูมา อ้าว เป็น Ad นี่หว่า นี่หว่า

พอให้ไปดูทางด้านขวา ตำแหน่ง 4-10 ก็เห็นว่า มันก็ Ad อีกเหมือนกัน

นี่แหละว๊ะ ตำแหน่งที่ 11 เป็นต้นไป เป็นผลการค้นหาที่แท้จริง ทำ SEO เจ๋ง ติดอันดับ Keyword สำคัญๆ อย่างนี้ นี่แหละตัวจริงเสียงจริงแน่นอน นี่แหละเจ้านายคงพอใจแน่นอน เพราะที่ได้ฟังเขาเล่ามาใครที่ว่า เจ๋งๆ ต้องมีผลการค้นหาขึ้นมาเป็นลำดับต้นๆ เพราะเขาทำ SEO เก่งสมคำล่ำลือ ว่าแล้วก็เตรียมตัวไปนำเสนอเจ้านายอย่างดีออกดีใจ

ก่อนไปรายงานเจ้านาย ไหนเลย ขอไปโม้กะเพื่อนๆ ใน Facebook หน่อยซะดีหว่า พอเข้าไป เห็น i ~ Hotel Marketer โผล่ขึ้นมา เกิดความสงสัย ลองเข้าไปดูซะหน่อย... เอ๊ะ ช่างน่าสนใจ เข้าไปดูซะหน่อย... แต่น แต้น แต๊น......

"ผลการค้นหาใน Google ที่ท่านพบนั้น คือสิ่งที่ท่านต้องการค้นหาจริงหรือไม่ ถ้าท่านอยากรู้ว่าใครคือ OTAs ที่ ท่านต้องการร่วมงานด้วย ท่านต้องสังเกตุว่า.....

Google ที่ท่านเข้าไปค้นนั้น เป็นของประเทศใด ถ้าท่านใช้ Google.co.th ผลที่ขึ้นมาก็คือผลการค้นหาเฉพาะในประเทศไทย....

ท่านต้องการ OTAs ที่เน้นลูกค้าในประเทศไทยเท่านั้นหรือ แล้วลูกค้าจากทางยุโรปล่ะ เขาใช้อะไรค้นหา แน่นอนว่า ไม่ใช่ Google.co.th แน่นอน (ข้อนี้มีคนที่รับจ้างทำ SEO เอาไว้ทำมาหากินกับโรงแรมต่างๆ มามากมาย)

ถ้าท่านอยากได้ลูกค้าอังกฤษ ต้องค้นที่ Google.co.uk หรือถ้าต้องการลูกค้าจากญี่ปุ่น ต้องค้นที่ Google.co.jp นะครับ จึงจะรู้แท้แน่ชัดว่าใครทำ SEO เข้มแข็งในตลาดใด ส่วนใครที่แสดงผลในตำแหน่งที่ 1 - 10 ดังภาพข้างบนนั้น ล้วนเป็นการซื้อ Ad Word แบบ Pay-Per-Click (PPC) ทั้งสิ้น ซื้องต้องมีการประมูลกันว่าจะจ่ายครั้งละเท่าไหร่ถ้ามีคน Click เข้าไปชม

บางคนคิดว่า ก็่น่าจะคุ้มค่ากับการที่โฆษณาแล้วมีคน Click เข้าไปชม (ถ้าเข้าไปชมแล้วจองด้วยก็คุ้มนะ) แต่ 555 ใครอยากรู้ลึกๆ ขออธิบายให้รู้เป็นการส่วนตัว ไม่กล้านำมาเผยแพร่ทางนี้ ไม่เหมาะ ไม่ควร

ถ้างั้น ตำแหน่ง 11 เป็นต้นไปคือตัวจริงเสียงจริงใช่ไหม.... ขอตอบได้เลยว่าไม่ใช่เสียทั้งหมด ส่วนใหญ่เป็นเหยื่อของผู้รับจ้างทำ SEO ที่พอเริ่มเปิดทำธุรกิจใหม่ใหม่ๆ ก็ทุ่มทุนสร้างด้วยการว่าจ้าง หรือลงทุนเองในการทำ SEO เพื่อดัน Website ของตนเองขึ้นมาให้อยู่ในลำดับต้นๆ ของ Search Engine จ่ายเงินครั้ง ก็ได้ขึ้นมาข้างบนครั้งนึง แล้วผู้รับทำ SEO ก็จะำนำผลไปโชว์ให้ผู้ว่าจ้างได้เห็น แต่อีกไม่นานนัก ก็มีคนอื่นเข้ามาแทนตำแหน่ง แล้วตำแหน่งของตนเองก็ลดลงไปเรื่อยๆ ผู้รับทำ SEO ก็เสนอบริการต่อไปว่า ถ้าต้องการให้ติดอันดับต้นๆ อยู่เรื่อยๆ ก็ต้อง ว่าจ้างเขาทำ SEO ไปเรื่อยๆ ไม่จีรังยั่งยืน ใครมีเงินจ้างมากกว่า ก็ขึ้นมาติดอันดับต้นๆ มากกว่า ...

อ้าว สรุปว่าจะต้องจ่ายอีกเท่าใดจึงจะติดอันดับ... อันนี้ไม่มีใครให้คำตอบที่แท้จริงแก่ผู้ว่าจ้าง บอกไปก็หมดช่องทางทำมาหากินละซิ...

แล้วทำอย่างไรจึงจะได้ติดอันดับในการ Search ใน Google... ติดตามอ่าน i ~ Hotel Marketing  ไปเรื่อยๆ รับรองรู้ใสกระจ่างแน่นอน (ถ้าไม่โดนใครทุบหัวไปซะก่อนนะครับ)

ไม่เอา ไม่นอกเรื่องดีกว่า เดี๋ยวจะหาว่าไร้สาระ ทั้งๆ ที่นี่มีสาระสุดๆ ที่เป็นสาระที่ไม่ต้องเสียเงินเสียทอง (หรือเสียค่าโง่ให้ใคร)

ถ้าท่านต้องการพิจารณาว่า OTA รายใด มีความโด่งดัง หรือเป็นที่รู้จักมากน้อยเพียงใด มีความน่าเชื่อถือหรือไม่อย่างไร ขอให้พิจารณาจากข้อมูลปฐมบทดังนี้
1. Link Popularity ความจริงแล้วเป็นส่วนหนึ่งของ SEO ที่ผู้รับจ้างมักจะไม่ค่อยนำเสนอเท่าใดนัก แต่ในฐานะที่เราต้องการร่วมงานกับตัวจริงเสียงจริง ที่ไม่ใช่ตัวปลอมที่อาศัยการเสียเงินโฆษณาแบบฉาบฉวย ให้ตรวจสอบที่ Link Popularity ของ OTA แต่ระรายว่ามีมากน้อยเพียงใด การมี Link Popularity มากๆ ต้องอาศัยระยะเวลา และการยอมรับที่แท้จริง จึงจะมีผู้ที่ทำ Link Back กลับไปยังเวปไซต์นั้นๆ ได้ จริงอยู่ว่าบางรายอาจจะยอมเสียเงินเสียทองจ้างเขาทำ Link Popularity ได้ แต่ก็เหมือนจ้างเขาทำ SEO คือไม่จีรังยั่งยืน เมื่อเลิกจ่ายเงินเขา เขาก็เลิกทำให้เรา Link เทียมๆ ก็จะลดน้อยลงไปเรื่อยๆ แล้วเราจะตรวจสอบได้ที่ไหน ผมขอแนะนำเวบไซต์นี้ครับ (ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสีย แต่มีผลการตรวจสอบที่ดูดี และสามารถส่งเข้า e-mail ได้เลย) ที่นี่ครับ http://www.seocentro.com/tools/search-engines/link-popularity.html สามารถ ตรวจสอบได้ 3 Domain name แล้วจะมีผลการตรวจสอบออกมาให้เห็นชัดเจน

***ขออนุญาตใช้ Domain Name ของ OTAs ที่มีชื่อเสียงเป็นตัวอย่าง

จะเห็นได้ว่า Domain Name ของ OTAs ระดับโลกที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับมายาวนาน จะมี Link Popularity เยอะมาก ทั้งนี้เนื่องมาจากการดำเนินธุรกิจมาเป็นระยะเวลานาน และได้้ร้บการยอมรับ และมีผู้เข้าร่วม หรือ Link Back มาเป็นจำนานมาก ซึ่ง OTAs มือใหม่หัดขับนั้นจะมี Link Popularity น้อยกว่า ที่ทุ่มทุนสร้างไปกับการจ่ายเงินทำ SEO เพื่อให้แสดงผลเป็นลำดับต้นๆ ใน Search Engine ต่างๆ

ขอบอกเคล็ดลับอีกสักนิดว่า ถ้าจะเปรียบเทียบกันแล้ว ขอให้เปรียบเทียบแบบ Apple to Apple นะครับ คือ ถ้าจะเทียบ .com ก็เทียบกับ .com ด้วยกัน คือวัดกันระดับโลก แต่ถ้าจะวัดกันระดับท้องถิ่นเช่น ในตลาดประเทศเยอรมันนี้ ก็วัดกันที่ .de กับ .de  อย่าไปวัด .com กับ .de ครับ ถือว่าเอาเปรียบกัน หรือจะวัดของประเทศอังกฤษ ก็ต้องวัดกันเฉพาะ .co.uk เท่านั้นครับ

ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ปฐมบทของการเลือก OTA ที่จะร่วมงานกันต่อไปในอนาคตย่อมได้ภาพที่ชัดเจนมากกว่าการค้นหาใน Search Engine ต่างๆ ที่เรามานั่งค้นหาอยู่ในประเทศไทย ในขณะที่เราอยากรู้ว่าใครคือตัวจริงเสียงจริงในตลาดต่างๆ ในต่างประเทศ เว้นแต่ว่าท่านจะไปนั่งค้นหาในประเทศนั้นๆ แต่ท่านก็ยังอาจจะพบกับภาพลวงตาด้วยการทุ่มทุนสร้างของ OTAs เกิดใหม่

อีกเคล็ดลับนึงก็คือว่า ตัวจริงเสียงจริงนั้น จะสามารถค้นหาได้จาก Keyword ต่างๆ มากมาย เพราะเมื่อมี Link Popularity เยอะ ก็จะมี Keyword นำพามาสู่ OTAs เหล่านั้นเยอะกว่าครับ

หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์ต่อ i ~ Hotel Marketer มือใหม่ทั้งหลายครับ เริ่มต้นถูกที่ถูกทาง ย่อมเดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงนะครับ มีอะไรสงสัยเข้ามาปรึกษาหารือกันได้นะครับ แต่ขอสงวนสิทธิ์เฉพาะผู้ที่สนใจใฝ่รู้ และพร้อมที่จะแลกเปลี่ยนมากกว่าที่จะเอาแต่ได้นะครับ

i ~ Hotel Marketer

Friday, 17 December 2010

สถิตินักน่องเที่ยวปี 2008 - 2010

ช่วงนี้ยังวุ่นๆอยู่นิดหน่อย ไม่ค่อยมีเวลาแปลข้อมูลที่มีอยู่เยอะแยะมากมายมาโพสต์ แต่ก็อยากจะนำสถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติมาฝากไว้เป็นข้อมูล


ภาพแรก แบ่งตามทวีป จะเห็นว่า Asia มีตัวเลขสูงสุด ตามมาด้วยยุโรปเป็นอันดับสอง แต่จะเห็นได้ว่ายุโรปนั้นมามากเฉพาะช่วง High Season

เรามาลองดูสถิตินักท่องเที่ยวจาก Asia ที่มาประเทศไทยระหว่างปี 2007 - 2010 กันดูบ้างนะครับ เราพอจะเห็น Trend ของแต่ละเดือนได้ว่ามีนักท่องเที่ยวจาก Asia มาเที่ยวประเทศไทยอย่างไร

จะเห็นได้ว่าในเดือนเมษายน 2008 ตัวเลขนักท่องเที่ยวจาก Asia มากที่สุดในประวัติการณ์ ลองย้อนกลับไปดูกันนะครับว่ามีปัจจัยมาจากอะไร หรือใครอยากรู้ว่าประเทศใดมามากที่สุดในช่วงนั้นก็โพสต์อีเมล์ไว้ แล้วจะส่งไฟล์ที่สามารถเรียกดูได้เป็นรายประเทศไปให้ดูครับ

ต่อไปเรามาดูกันครับว่าในปี 2010 ภูมิภาค ASEAN เดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยในเดือนไหนกันบ้าง  อย่าเพิ่งหลงทิศกับตัวเลขในกราฟที่เห็นนะครับ ขอบอกก่อนเลยว่า ตัวเลขที่นำมาใช้นี้เป็นตัวเลขจากทุกด่านตรวจคนเข้าเมือง ไม่ได้แยกเฉพาะจุด ดังนั้น ตัวเลขนักท่องเที่ยวจากประเทศมาเลเซียจะค่อนข้างสูงกว่าประเทศอื่นๆ เพราะตัวเลขผ่านแดนทางถนนสูงกว่าด่านตรวจคนเข้าเมืองตามสนามบินต่างๆ อยู่มาก
รวมถึงนักท่องเที่ยวจากประเทศลาวด้วย ถ้าตัดสองประเทศนี้ออกไป จะเห็นได้ว่า สิงคโปร์ จะสูงกว่าประเทศอื่นๆ แม้ว่าจะมีประชากรน้อย แต่คนสิงคโปร์เดินทางมาประเทศไทยบ่อย ตามมาด้วยอินโดนีเซีย แม้จะมีประชากรมากกว่าสิงคโปร์มาก แต่มีนักท่องเที่ยวมาน้อยกว่า รวมไปถึงฟิลิปปินส์ และเวียตนามด้วยเช่นกัน ถ้าอยากรู้ว่าทำไมเป็นเช่นนั้่น ก็ลองไปนับเที่ยวบินที่มาจากสิงคโปร์ดูซิครับว่ามีมาวันละกี่เีที่ยวบิน แต่ละเที่ยวบินใช้เครื่องบินขนาดกี่ที่นั่ง แล้วลองเปรียบเทียบกับเที่ยวบินจากประเทศอื่นๆ ดู นอกจากจะมีเที่ยวบินมาน้อยแล้วยังใช้เครื่องขนาดเล็ก บรรทุกผู้โดยสารได้น้อย 

หากใครกำลังใช้จำนวนประชากรมาเป็นหลักในการวางแผนการตลาด ขอให้ปรับความคิดใหม่ว่า ประเทศเล็กๆ ประชากรน้อยๆ มีอัตราการเดินทางมาประเทศไทยซ้ำสูงกว่าประเทศอื่นๆ เพราะเดินไปเดินมา ก็เจอแต่คนรู้จัก กระไหนเลย บินมาเที่ยวเมืองไทยดีกว่า ค่าเครื่องบินไป-กลับ พร้อมที่พักสามวัน-สองคืน รวมทั้งค่า กิน อึ อึ๊บ เมาหัวทิ่ม แล้ว นอน ยังถูกว่า ไปเฮฮาหัวราน้ำกับเพื่อนฝูงในประเทศของตนเองคืนเดียวเสียอีก อยากเดินทางเมื่อไหร่ เดินทางได้ทุกเมื่อ เพราะเที่ยวบินมากมาย ทั้ง Low Cost และ High Cost แต่  Low Quality ทั้งหลายแหล่ เขามาเที่ยวบ้านเราสามวัน สองคืน ถูกกว่า ค่าเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-ภูเก็ต หรือ กรุงเทพฯ-เกาะสมุย ที่ยังไม่ร่วมค่าใช้จ่ายอื่นๆ แถมยังต้องจองตั๋วล่วงหน้ากันอีกเนิ่นนาน

คราวนี้เรามาดูสถิตินักท่องเที่ยวอีกกลุ่มหนึ่งที่ก่อนหน้านี้ใครๆ ก็เมินหน้าหนี แต่สองถึงสามปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเจอวิกฤติการณ์ทางการเมืองที่ทำให้นักท่องเที่ยวจากภูมิภาคอื่นๆ ไม่เดินทางมาเที่ยวประเทศไทย กอร์ปกับนักท่องเที่ยวจากยุโรปทั้งหลายที่เคยประเป๋าหนัก กลายเป็นกระเป๋าแฟบชั่วข้ามคืนด้วยฤทธิ์ของวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ที่เคยกล่าวหาว่าประเทศไทยเป็นต้นเหตุทำให้เกิดวิกฤติต้มยำกุ้ง แล้วก็มากอบโกยผลประโยชน์ไป คราวนี้กรรมน่าจะตามสนอง เพราะวิกฤติการณ์ต้มยำกุ้งของบ้านเรา ทำให้ต้มยำกุ้ง และกุ้งบ้านเราขายดิบขายดีพ้นวิกฤติไปในระยะเวลาอันสั้น แต่วิกฤติการณ์แฮมเบอร์เกอร์นี่ยังไม่รู้ว่าจะยุติเมื่อไหร่ ยิ่งตอนนี้แฮมเบอร์เกอร์กลายเป็น Junk Food ไปซะแล้ว สถานการณ์พลิกผัน กลายเป็นว่าอาหารอะไรที่มี Curry ขายดิบขายดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมี โรตี ที่ไม่ต้องใส่ไข่ มาขายกันเกลื่อนเมืองไทย และทั่วโลก ดังกราฟที่แสดงให้เห็นด้านล่างนี้


ตัวเลขนักท่องเที่ยวจากตลาดนี้ไม่ได้เติบโตเฉพาะในบ้านเราอย่างเดียวนะครับ แต่เติบโตไปทั่วโลก แล้วอย่าคิดว่าเขาจะกินแต่โรตีกับ Curry นะครับ ร้านอาหารดีๆ ราคาสูงๆ ที่ไม่ค่อยมีคนไปกินสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะในช่วงที่นักท่องเที่ยวจากยุโรปน้อยลง ตลาดนี้แหละครับ ที่เข้าไปอุดหนุนกันมากมาย แถมพนักงานตามร้านอาหารทั้งหลายก็ยิ้มกันเป็นแถว เพราะทิปหนักกว่าชาวยุโรปเสียอีก ทิปที่ว่าก็ไม่ใช่เงินรูปีนะครับ แต่เป็น US ดอลล่าร์ ที่พนักงานร้านอาหารทั้งหลายไม่ค่อยได้จับกันมานานพอสมควร แม้ว่าพนักงานเหล่านี้จะปวดหัวกับลูกค้าเหล่านี้บ้าง เพราะถามอะไรๆ ก็ส่ายหัวอย่างเดียว ถามว่า "อร่อยไหม" ก็ส่ายหัว "ถามว่าชอบไหม" ก็ส่ายหัว พอพนักงานบริการ เริ่มปวดหัว และ "ส่ายหัว" เพราะไม่เข้าใจขึ้นมาบ้าง ลูกค้าก็ถูกอกถูกใจให้ทิปอย่างงาม

พอพูดถึงเรื่องนี้ขอย้อนกลับมาถึง "กูรู โจ" ลูกพี่เก่าอีกครั้งหนึ่ง เรื่องมีอยู่ว่าเมื่อครั้งที่ "กูรู โจ" ชวนไป Sales ที "เดลลี" โดยมี "กูรู โจ" เป็นหัวโจก นำทีมไป Present กับเอเย่นต์ต่างๆ ตามที่ลูกน้องท้องถิ่นจัดให้ พอไป Present ได้สัก สี่-ห้า เอเย่นต์ "กูรู โจ" หน้าตาเคร่งเครียด แล้วหันมาถามผมอย่างหน้าตาขึงขังว่า "เฮ้ย ไอ้น้อง T พี่ Present งาน ไม่ได้เรื่องหรือไงว๊ะ ไหนเอ็งลองมา Present แทนพี่บ้างซิ" อ้าวกรรมละซิตู ยิ่งพูดกับพวกนี้ไม่ค่อยทันซะด้วยซิ นอกจากเขาจะพูดเร็วแล้วยัง นั่ง "เรือ" มากันเป็นแถว แล้วจะรู้เรื่องกันไหมนี่ ขนาด "กูรู โจ" อยู่เป็นโรบินฮู๊ดในลอนดอนมาตั้งนาน ถ้า Present งานแล้วเขาไม่เข้าใจ แล้ว จปล. (จีนปนลาย จริงๆนะ) อย่างเราจะทำให้เข้าใจได้อย่างไร

ด้วยความสงสัยก็เลยถามกลับไปว่า "ทำไมเหรอพี่ พี่ Present ก็ดีอยู่แล้ว แล้วทำไมจะต้องให้ผม Present แทน" พี่แกก็พูดมาอย่างเหนื่อยหน่ายว่า "ก็พี่ Present มาทุกราย ก็ว่า Present ดีที่สุดแล้ว นึกว่ามันจะเข้าใจ แต่ที่ไหนได้ สุดท้ายมันส่ายหัวกันทุกราย เอ็งลองมา Present บ้างซิ เผื่อว่าเขาจะผงกหัวแบบเข้าใจบ้าง เหนื่อยว่ะ"

...เห็นหน้าตาย เมื่อได้ฟังเช่นนี้ ก็อึ้งกิ้มกี่....

กรรม พี่เรา เล่นเราอีกแล้วหรือนี่......

ไม่รู้ว่าไหลมาเรื่องนี้ได้อย่างไร เอาเป็นว่า ทั้งสาระ และไร้สาระปนๆ กันไป ละกันนะครับ

วั้นนี้ก็พอสมควร สถิติของภูมิภาคอื่นๆ จะนำมาเสนอกันตอนต่อไปนะครับ